เครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า

Thailand Charging Consortium (2022 – 2024)
บันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือเพื่อการเชื่อมต่อการใช้งานร่วมกันของแต่ละเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับ ยานยนต์ไฟฟ้า ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ลงนามเมื่อวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุม X03 ชั้น 10 อาคารเคเอ็กซ์
ตามที่สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งมีความประสงค์จัดตั้ง เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยมุ่งเม้นประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ทางสมาคมฯ มีแผนในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือเพื่อการเชื่อมต่อการใช้งานร่วมกันของแต่ละเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพื่อดำเนินการและประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า และแสวงหาแนวทางความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดย มี “เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ” ดังนี้
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- การไฟฟ้านครหลวง
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
- บริษัท อรุณ พลัส จำกัด
- บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน)
- บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จํากัด
- บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จํากัด
- บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด
- บริษัท โชเซ่น เทคโนโลยี จํากัด
- บริษัท พลังงานมหานคร จํากัด
- บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด
- บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
- บริษัท อัลเตอร์วิม พาวเวอร์ อีวี จำกัด
- บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด
- บริษัท จีโอไนน์ซอฟต์แวร์ จำกัด
- บริษัท พิธาน กรีน จำกัด
- บริษัท ชาร์จทเวนตี้โฟร์ จำกัด
วัตถุประสงค์ของความร่วมมือ
1.1 เพื่อร่วมกันพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของ ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อให้สามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ และมีระบบการ ให้บริการที่เป็นมาตรฐาน
1.2 เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางในความร่วมมือเพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า สามารถใช้เครื่องมือ เช่น บัตร หรือ QR code โปรแกรม หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ข้ามเครือข่ายๆ โดยไม่ จํากัดเฉพาะของเครือข่ายฯ ในเครือข่ายฯหนึ่งเท่านั้น
1.3 เพื่อร่วมกันพัฒนาการเชื่อมโยง ระบบการเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้บริการต่าง เครือข่ายๆ ที่สามารถบริหารจัดการทั้งรายรับและรายจ่ายให้กับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่าง เป็นธรรม
โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ มีความประสงค์จะเข้าทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกันเพื่อดำเนินการและประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าและแสวงหา แนวทางความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ตกลงทำบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อให้สามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ และมีระบบการ ให้บริการที่เป็นมาตรฐาน เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางในความร่วมมือเพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า สามารถใช้เครื่องมือ เช่น บัตร หรือ QR code โปรแกรม หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ข้ามเครือข่ายๆ โดยไม่ จํากัดเฉพาะของเครือข่าย ในเครือข่ายหนึ่งเท่านั้น เพื่อร่วมกันพัฒนาการเชื่อมโยง ระบบการเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้บริการต่าง เครือข่ายๆ ที่สามารถบริหารจัดการทั้งรายรับและรายจ่ายให้กับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ภายในงานกลุ่ม Charging Consortium ของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ยังได้เปิดตัว EV charging station map กลาง ที่รวบรวมโลเคชั่น ของทุกสถานีอัดประจุไฟฟ้าในกลุ่ม Charging Consortium บนเว็บไซต์ http://www.evat.or.th โดยในการนี้ ดร. มัณฑนา รังสิโยภาส เลขาธิการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า (EVAT) กล่าวว่า ‘กลุ่ม Charging Consortium ภายใต้สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้ดำเนินการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่เป็นผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งจุดประสงค์ของการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อีกทั้งในปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เราเริ่มเห็นการเติบโตของจำนวนผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง สถานีอัดประจุไฟ้ฟ้าก็เติบโตไปในทิศทางเดียวกันด้วย นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญของการลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เราได้มีการเปิดตัว เว็บไซต์กลางที่รวบรวบ สถานีอัดประจุไฟฟ้าจากทุกค่าย ที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย ไว้ในเว็บไซต์เดียว ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านเว็บไซต์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ทำให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้บันทึกข้อตกลงร่วมกันฉบับดังกล่าวนี้ มีผลบังคับใช้นับจากวันที่ลงนามกับทุกฝ่ายเป็นระยะ เวลา 2 ปี
ภาพบรรยากาศงาน พิธีลงนาม MOU

Thailand Charging Consortium Workshop

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566 สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นำโดยคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และคุณฉันทกร เดวิชญ์ กริดวิชญยาการ อุปนายกสมาคม และประธานคณะทำงาน Thailand Charging Consortium คณะกรรมการสมาคม รวมทั้งบริษัทผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศไทย ได้เข้าร่วมทำ Workshop และประชุมสรุปแนวทางการให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าข้ามเครือข่ายภายในประเทศ รองรับการขยายการให้บริการไปยังประเทศในกลุ่ม ASEAN ในเครือข่ายความร่วมมือของสมาคมฯในระดับประเทศต่อไป
กลุ่ม Thailand Charging Consortium ปัจจุบันประกอบด้วยผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า 14 ราย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศไทย ตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในกรอบระยะเวลาความร่วมมือปี 2565-2567
การดำเนินการแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 (2565-2566) ดำเนินการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานีชาร์จและสถานะหัวชาร์จออนไลน์เสร็จสิ้น จำนวน 5 ผู้ให้บริการ และช่วงที่ 2 (2566-2567) จะดำเนินการเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้บริการ โดยภายในปี 2566 จะมีกลุ่มผู้ให้บริการอย่างน้อย 3 ราย เปิดให้บริการระบบการชาร์จข้ามเครือข่ายอย่างถาวร
ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบตราสัญลักษณ์โครงการในพื้นที่สถานีชาร์จ หรือบนแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของแต่ละผู้ให้บริการ เพื่อตรวจสอบว่าสถานีดังกล่าวเปิดให้บริการชาร์จไฟฟ้าข้ามเครือข่ายหรือไม่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย http://www.evat.or.th อีเมล์ pr@evat.or.th




