คุยกับนายก EVAT ยานยนต์สมัยใหม่ (Next Generation Mobility) ตอนที่ 2
โดย ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

ยานยนต์สมัยใหม่ (Next Generation Mobility)
ตอนที่ 2 “เทคโนโลยีรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ”
บทความในตอนแรกได้เสนอถึงแนวโน้มการพัฒนายานยนต์หรือรถยนต์สมัยใหม่มี 4 เรื่องหลัก ได้แก่ รถยนต์
ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle) รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Vehicles) รถยนต์เชื่อมต่อ
กับภายนอก (Connected Vehicle) และการแบ่งปันการใช้รถยนต์ (Car Sharing) รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี
รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ โดยในตอนที่สองนี้จะเสนอเรื่องเทคโนโลยีรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ
รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติหรือรถยนต์ไร้คนขับเป็นสิ่งที่อยู่ ในจินตนาการของมนุษย์มาสักระยะเวลาหนึ่ง มีตัวอย่างให้ เห็นจากโฆษณาของรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติในนิตยสาร Boy’s Life ในปี ค.ศ. 1956 โดยส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยคำว่า Auto Pilot ซึ่งมีการใช้งานจริงในเทคโนโลยีอากาศยาน สำหรับ รถยนต์นั้นเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติถือว่าเป็นขั้น สูงสุดของระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง หรือ Advanced Driver Assistance System (ADAS) โดยสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ นานาชาติ หรือ Society of Automotive Engineers (SAE International) ได้กำหนดมาตรฐานการขับขี่อัตโนมัติ ได้แก่ SAE Standard J3016 โดยเริ่มตั้งแต่ระดับ 0 สำหรับ รถยนต์ไม่มีระบบอัตโนมัติ (No Automation) ซึ่งคนขับ ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างและไม่มีระบบช่วยเหลือ และแบ่งระบบ การขับขี่อัตโนมัติ ออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 ระบบช่วยเหลือคนขับ (Driver Assistance) สำหรับรถยนต์ที่มีระบบช่วยเหลือคนขับในการบังคับ พวงมาลัยหรือการควบคุมความเร็ว เช่น ระบบการเร่งความเร็ว อัตโนมัติ (Automatic Cruise Control) ระบบการช่วยขับขี่อยู่ในช่องจราจรหรือการเปลี่ยนช่องจราจร (Lane Keep/ Change Assist) เป็นต้น โดยคนขับยังต้องทำหน้าที่ควบคุม รถยนต์เกือบทั้งหมด
ระดับที่ 2 ระบบอัตโนมัติบางส่วน (Partial Automation) สำหรับรถยนต์ที่มีระบบช่วยเหลือคนขับ อย่างน้อยหนึ่งระบบหรือมากกว่าในการบังคับพวงมาลัยและ การควบคุมความเร็ว เช่น ระบบการหยุดอัตโนมัติในกรณี ฉุกเฉิน (Autonomous Emergency Braking) เป็นต้น โดยคนขับยังคงต้องทำหน้าที่ควบคุมรถยนต์เกือบทั้งหมด บริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่มีการติดตั้งและใช้งานจริงในระดับนี้
ระดับที่ 3 ระบบอัตโนมัติบนเงื่อนไข (Conditional Automation) สำหรับรถยนต์ที่เริ่มมีระบบอัตโนมัติที่ สามารถตรวจสอบเส้นทางการขับขี่ เช่น ระบบการขับขี่ อัตโนมัติบนทางหลวง (Highway pilot) หรือระบบการสั่ง ให้ไปจอดรถระยะไกล (Rernote parking) ทั้งนี้คนขับยังคง ต้องทำหน้าที่อยู่หลังพวงมาลัย ปัจจุบันรถยนต์บางยี่ห้อติด ตั้งระบบเพื่อรองรับในระดับ 3 นี้ เช่น บริษัท Tesla เป็นต้น

ระดับที่ 4 ระบบอัตโนมัติขั้นสูง (High Automation) สำหรับรถยนต์ที่มีระบบขับขี่อัตโนมัติโดยที่คนขับไม่ต้องทำ หน้าที่ใดๆ เมื่อเข้าสู่ระบบการขับขี่อัตโนมัติแต่ยังทำได้ ในบางกรณี เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติภายในเมือง (City Pilot) หรือระบบหาที่จอดรถได้เอง (Valet parking) ทั้งนี้มีหลาย บริษัทที่วางแผนที่พัฒนาให้มีระบบขับขี่อัตโนมัติภายใน ปี ค.ศ. 2020
ระดับที่ 5 ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Automation) สำหรับรถยนต์ที่สามารถขับขี่อัตโนมัติได้ ในทุกกรณี (Auto Pilot) เป็นระดับสูงสุด ที่ไม่จำเป็นต้อง มีพวงมาลัยมาบังคับรถอีกต่อไป โดยหลายบริษัทมีแผน ที่จะทำระบบนี้ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2022 เป็นต้นไป
โดยปัจจุบันมีหลายประเทศให้การยอมรับในระบบ ขับขี่อัตโนมัติ เช่น อังกฤษ เกาหลีใต้ และในหลายมลรัฐ ของสหรัฐอเมริกา โดยหลายประเทศอยู่ระหว่างการกำหนด มาตรฐานและข้อกำหนดความปลอดภัย รวมไปถึงการ สนับสนุนทางกฎหมายให้มีการนำร่องการทดสอบบนถนน สาธารณะได้ ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศเพื่อน บ้านในอาเซียนของเรา ซึ่งมีการสนับสนุนนวัตกิจ (Startups) ที่สามารถวิจัยและพัฒนาระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบอย่าง จริงจัง เช่น บริษัท NuTonomy ซึ่งมีการทดสอบรถยนต์ ขับขี่อัตโนมัติเพื่อใช้เป็นรถแท็กซี่บริการไร้คนขับ อย่างไร ก็ตาม ในขณะนี้ประเทศไทยของเรายังไม่ได้มีการยอมรับ ทางกฎหมายหรือการส่งเสริมอย่างจริงจังแต่อย่างใด
