คุยกับนายก EVAT เส้นทางยานยนต์ไร้มลพิษ
โดย ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

ปัญหาการปลดปล่อยมลพิษของยานยนต์เป็นประเด็น ที่สหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษให้ความสำคัญมา โดยตลอด ในปี ค.ศ. 2009 สหราชอาณาจักร เริ่มมีการ กำหนดความหมายของยานยนต์มลพิษขั้นต่ำพิเศษ หรือ Ultra-low Emission Vehicle (ULEV) หมายถึงยานยนต์ ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เกิน 70 กรัม ต่อกิโลเมตร จากท่อไอเสีย จากการวัดด้วยการทดสอบบนวัฏจักร การขับขี่แบบยุโรป โดยมีการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ ULEV เพื่อให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและ เป็นการลดการปลดปล่อยมลพิษที่เกิดขึ้น

สหราชอาณาจักร ได้มีการจัดทำรายงานชื่อว่า The Road to Zero, Next steps towards cleaner road transport and delivering our Industry Strategy เป็นรายงานที่ ประกาศนโยบายประเทศและแผนการดำเนินงานอย่างเป็น ทางการ เพื่อนำไปสู่ยานยนต์ไร้มลพิษในปี ค.ศ.2040

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11-12 กันยายน ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม สหราชอาณาจักร ได้จัดงาน ประชุมสุดยอดยานยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle Summit) ณ เมืองเบอร์มิงแฮม (Birmingham) และ เมืองเบดฟอร์ด (Bedford) สหราชอาณาจักร โดยมี นางเทเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรีของ สหราชอาณาจักรเข้าร่วมงานและประกาศส่งเสริมให้ สหราชอาณาจักรเป็นประเทศผู้นำที่มีศักยภาพในการออกแบบและผลิตยานยนต์ไร้มลพิษ และตั้งเป้าหมายภายใน ปี ค.ศ. 2040 รถยนต์ใหม่ในอังกฤษจะเป็นยานยนต์ไร้มลพิษ ทั้งหมด โดยมีการเชิญผู้นำประเทศจากหลายประเทศเข้า ร่วมงาน รวมทั้งประเทศไทยของเราซึ่งนายไพรินทร์ ชูโชติ ถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้นำคณะ จากประเทศไทยเข้าร่วมงานและสังเกตการณ์ และตัว ข้าพเจ้าเองในฐานะผู้แทนสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้มี โอกาสรับเชิญให้เข้าร่วมงานสำคัญครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ บางประเทศหรือรัฐได้มีการร่วมลงนามในการประกาศ เจตนารมณ์เบอร์มิงแฮมเรื่องยานยนต์ไร้มลพิษ (Birmingham Declaration on Zero Emission Vehicles) ในครั้งนี้ อีกด้วย

ตัวอย่างแผนและเป้าหมายสำคัญ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 2020-2040
ค.ศ. 2020 มีการลงทุนเงินโดยภาครัฐ 1.5 พันล้าน ปอนด์ (ประมาณ 64,000 ล้านบาท) เพื่อให้เกิดงานวิจัย และพัฒนายานยนต์มลพิษขั้นต่ำพิเศษ หรือ ULEV รวมไป ถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในการอัดประจุไฟฟ้า ถึง 400 ล้านปอนด์ (ประมาณ 17,000 ล้านบาท) เมือง อ๊อกฟอร์ด นำร่องให้มีพื้นที่ไร้มลพิษ โดยมีแผนจะยกเลิก ไม่ให้รถยนต์เครื่องยนต์วิ่งในกลางเมือง เพื่อแก้ปัญหา มลพิษ เช่น ฝุ่นละออง PM 2.5
ค.ศ. 2021 มีแผนจะกำหนดค่าใหม่ของการปล่อย ก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ของยานยนต์ ULEV ไม่เกิน 50 กรัม ต่อกิโลเมตร
ค.ศ. 2022 ตั้งเป้าหมายให้ยานยนต์ ULEV ที่ผลิต ในสหราชอาณาจักร จะต้องเป็นชิ้นส่วนจากสหราชอาณาจักร เป็น 50 % ของตัวมูลค่ายานยนต์ทั้งคัน
ค.ศ. 2030 ตั้งเป้าลดการปลดปล่อยปริมาณก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ 30% เทียบกับการปลดปล่อยในปี ค.ศ. 2021 ตั้งเป้าให้ยานยนต์ใหม่ที่มีการจำหน่ายต้องเป็นยานยนต์ ULEV อย่างน้อย 50 % ประกอบไปด้วยรถยนต์ 50-70% และรถตู้ 40 %
ค.ศ. 2035 พัฒนาแบตเตอรี่ให้มีราคา 100 เหรียญ สหรัฐ (3,300บาท) ต่อกิโลวัตต์-ชม. และพัฒนาค่าความหนา แน่นพลังงานของแบตเตอรี่ให้ได้ถึง 1,000 Wh/L เพื่อให้ แบตเตอรี่ที่ผลิตภายในสหราชอาณาจักรสามารถแข่งขันใน ตลาดโลกได้
ค.ศ. 2040 รถยนต์และรถตู้ใหม่ทั้งหมดต้องเป็น รถยนต์ไร้มลพิษ ค.ศ. 2050 คาดว่ารถยนต์และรถตู้ทั้งหมดในสหราช อาณาจักรเป็นรถยนต์ไร้มลพิษ
สำหรับยานยนต์ไร้มลพิษที่มีความเป็นไปได้ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% และยานยนต์ไฟฟ้าไฮโดรเจน โดยสหราชอาณาจักรมีนโยบายเป็นกลางทางเทคโนโลยี (Technology neutral approach) เพื่อให้ถึงเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ แต่หากศึกษาในการงบประมาณที่สนับสนุนในตอนนี้ ค่อนข้างเน้นในการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และโครงสร้าง พื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างไรก็ตามเป้าหมายใน ปี ค.ศ. 2040 ยังมีเวลาถึง 20 ปี น่าจะทำให้เกิดการแข่งขัน ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไร้มลพิษของ ผู้ประกอบการที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
