ประชาสัมพันธ์

EVAT และ EGAT ผนึกกำลังจัดแข่งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต ครั้งแรกในไทย: มอบถ้วยนายกฯ และเงินรางวัลรวมกว่า 3 แสนบาท

วันเผยแพร่ 4 เมษายน 2022
Share

EVAT และ EGAT ผนึกกำลังจัดแข่งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต ครั้งแรกในไทย: มอบถ้วยนายกฯ และเงินรางวัลรวมกว่า 3 แสนบาท

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ประสบความสำเร็จกับการจัดงานแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต: ยกระดับบุคลากรและนวัตกรรม EV ในไทย

เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565 นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมด้วย คุณสมศักดิ์ ปรางทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม-1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), ผศ.น.สพ.ดร.เสรี กุญแจนาค รองอธิการบดีวิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และ ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ หัวหน้าโครงการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต และอุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม วิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ได้ร่วมแถลงข่าวสรุปผลการจัดงาน การแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต (EVAT x EGAT Electric Motorcycle Conversion Contest for Business Opportunity) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 เมษายน พ.ศ. 2565 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

การแข่งขันครั้งแรกในประเทศไทยนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเสริมทัพการเติบโตของอุตสาหกรรมอีวีในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานพันธมิตรมากมาย ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.), กระทรวงอุตสาหกรรม, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย และบริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด

มีผู้เข้าร่วมแข่งขันรวมทั้งสิ้นกว่า 92 ทีม แบ่งเป็นทีมประเภทสถาบันการศึกษา 81 ทีม และทีมประเภทบุคคลทั่วไป 11 ทีม รูปแบบการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบแรกแข่งขันภาคสนามในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565 และรอบชิงชนะเลิศภาคสนามในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565 ชิงรางวัลสูงสุดรวมกว่า 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลชนะเลิศจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากนี้ยังมีรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งมูลค่า 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับสองมูลค่า 30,000 บาท รวมถึงรางวัลพิเศษขวัญใจมหาชน ซึ่งจะได้รับถ้วยรางวัลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

สนามการแข่งขัน ถูกออกแบบมาอย่างครอบคลุม 10 สถานีหลัก เพื่อทดสอบสมรรถนะและคุณสมบัติของรถดัดแปลงอย่างรอบด้าน:

  1. สถานีที่ 1 ทดสอบอัตราเร่งของรถ: ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับสัญญาณจากกรรมการให้ขับรถด้วยอัตราเร่งทันทีในระยะทาง 30 เมตร
  2. สถานีที่ 2 รักษาระดับความเร็ว: ทดสอบความเร็วโดยให้ผู้ขับขี่รักษาความเร็วเฉลี่ย 20 – 25 กม./ชม. ในระยะทางทดสอบ 50 เมตร ก่อนการเบรก
  3. สถานีที่ 3 ทดสอบระยะการเบรก: ใช้ความเร็วระดับเดียวกับจุดที่ 2 แต่มีระยะการตัดสินใจที่ให้เบรกประมาณ 5 เมตร
  4. สถานีที่ 4 ทดสอบการประกอบของรถ: ทดสอบการประกอบทางกลของชิ้นส่วนทางไฟฟ้า โดยการขับรถวิ่งผ่านลูกระนาด ระยะทาง 50 เมตร และผู้ขับขี่ต้องรักษาความเร็วเฉลี่ยที่ 20-25 กม./ชม.
  5. สถานีที่ 5 ทดสอบบังคับเลี้ยววิ่งอ้อมกรวย: เป็นการทดสอบโดยมีการวางกรวยในแนวเส้นตรงกลางถนน ด้วยระยะทาง 50 เมตร และผู้ขับขี่ต้องรักษาความเร็ว 15-20 กม./ชม.
  6. สถานีที่ 6 ทดสอบการขึ้นทางลาดชัน: ทดสอบกำลังของรถในการวิ่งขึ้นเนิน ซึ่งผู้ขับขี่ต้องหยุดรถในพื้นที่หยุดรถ และเมื่อได้รับสัญญาณ ต้องขับรถขึ้นเนินให้ได้ทันที โดยผู้ขับขี่ต้องรักษาความเร็วเฉลี่ยที่ 20 – 25 กม./ชม.
  7. สถานีที่ 7 การวิ่งในช่องทางคดโค้งในช่องกรวย: ทดสอบการทรงตัวและการบังคับเลี้ยวของการขับรถในช่องกรวยที่มีความกว้างแต่ละคู่ 1.5 เมตร ด้วยระยะทาง 50 เมตร ในความเร็วเฉลี่ย 15-20 กม./ชม.
  8. สถานีที่ 8 การวิ่งผ่านเนินชะลอความเร็ว: ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วจนรถหยุดนิ่ง เป็นการชะลอความเร็วให้รถลดความเร็วก่อนขับขี่ลงเนินที่สูงชัน
  9. สถานีที่ 9 สถานีตรวจวัดพลังงาน: ผู้เข้าแข่งขันต้องขับรถตลอดระยะทางของการแข่งขันด้วยความเร็วเฉลี่ยที่ 20 กม./ชม. ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด โดยวิธีการใช้เครื่องอ่าน RFID
  10. สถานีที่ 10 สถานีตรวจวัดการป้องกันน้ำ: เป็นการตรวจวัดความปลอดภัยของอุปกรณ์ทางไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เมื่อต้องขับขี่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง

ผลการแข่งขัน การแข่งขันได้สิ้นสุดลงในวันที่ 3 เมษายน โดยทีมที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 7 รางวัล แบ่งเป็น:

กลุ่มที่ 1: ผู้ได้รับรางวัลจากประเภทกลุ่มสถาบันการศึกษา (3 รางวัล)

  • รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง: ทีม S07 E-TECH-Motorcycle 2021 จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) จังหวัดชลบุรี ได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง: ทีม S23 วิทยาลัยเทคนิคตราด ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับสอง: ทีม S81 BB5 จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท

กลุ่มที่ 2: ผู้ได้รับรางวัลประเภทกลุ่มประชาชนทั่วไป (3 รางวัล)

  • รางวัลชนะเลิศ: ทีม G02 Itimgarage X Crafting lab ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
  • รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง: ทีม G11 โมโตอีวี ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท
  • รองชนะเลิศอันดับสอง: ทีม G08 Pari automotive ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท

รางวัลพิเศษ:

รางวัลขวัญใจมหาชน: ทีม S07 E-TECH-Motorcycle


เขียนโดย
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เป็นศูนย์กลางข้อมูลและเครือข่ายด้านยานยนต์ไฟฟ้า รวบรวมข่าวสาร บทความ และความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการ EV ทั้งในและต่างประเทศ ติดตามเราเพื่อไม่พลาดทุกก้าวสำคัญของอนาคตการเดินทางที่สะอาดและยั่งยืน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า